อาหารไทยจะมีเสน่ห์ ไม่เพียงแต่รสที่ปรุง
แต่รวมถึงการนำเสนออาหารให้สื่อถึงแหล่งที่มาได้ด้วย


เรามักจะเห็นจาน-ชาม ลายสีครามนี้ปรากฏบนโต๊ะอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศเพื่อบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยแบบต้นตำรับ

” ลายสับปะรด “
เริ่มมาจากเครื่องลายคราม  เครื่องภาชนะกระเบื้องหรือเครื่องถ้วยชามเนื้อขาว ชนิดที่เขียนลายเป็นสีคราม มีต้นกำเนิดในประเทศจีน  ผลิตเครื่องกระเบื้องให้ราชสํานักพระเจ้ากรุงจีนและส่งออกขายต่างแดนได้รับความนิยมจากชนชั้นสูงทั่วโลก คนไทยเรียกเครื่องกระเบื้องว่า “กระเบื้องกังไส”


สำหรับการค้นพบเครื่องลายครามในราชอาณาจักรไทย มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าในอดีตนั้นดินแดนนี้เคยมีความสัมพันธ์ทางการค้า การเมือง และนโยบายดำเนินการทางการทูตกับราชสำนักจีน เพราะนอกจากเครื่องลายครามจะเป็นสินค้าที่นิยมกันเครื่องลายครามยังเป็นเครื่องราชบรรณาการที่สำคัญอย่างหนึ่งด้วย


ซึ่งประเทศไทยได้มีการนำเข้าเครื่องลายคราม มาตลอดตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงยุคที่เฟื่องฟูที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการซื้อหา สะสม ประกวด เครื่องลายครามกันอย่างแพร่หลาย มีการจัดโต๊ะเครื่องลายครามประกวดกันในงานรื่นเริง งานมงคลต่าง ๆ

ถึงแม้ว่าเครื่องลายครามจะไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย แต่ลวดลายที่ใช้กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องลายครามไทย คือ  ลายสับปะรด

ศิลปหัตถกรรมที่มีคุณค่าที่เกิดจากความประณีต ความละเอียดอ่อน และความสร้างสรรค์ของช่างฝีมือ ซึ่งเป็นที่น่าภูมิใจของไทยที่มีหัตถศิลป์อันงดงาม   ซึ่งนอกจากจะสามารถสร้างความประทับใจแก่ชาวไทย  ก็เป็นอีกหนึ่งลวดลายเอกลักษณ์ของร้านอาหารไทยในสายตาชาวต่างชาติทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ไทยแบบต้นตำรับ ต้องลายสับปะรด…

อ้างอิง

: บทความจากร้านศิลปะไทย

ดูสินค้าลายสับปะรด คลิก

error: Content is protected !!